การประชุมเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยอาเซียน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๑๕ (15th AUNILO Meeting) ณ มหาวิทยาลัยกัดจาห์ มาดา เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

        การประชุม AUNILO Meeting จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการหารือด้านนโยบายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารห้องสมุดภายในเครือข่ายในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเรื่องของการจัดประชุมในแต่ละปี ภายในงานมีการแสดงปาฐกถาพิเศษ การนำเสนอรายงานภาพรวม (Country Report) ของแต่ละประเทศ และการประชุมคณะกรรมการที่เป็นสมาชิกเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (Business Meeting) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ และการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับบุคลากรของห้องสมุดเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะในวิชาชีพบรรณารักษ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ       
        การประชุมเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยอาเซียน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ นี้เป็นการเป็นการประชุมครั้งที่ ๑๕ (15th AUNILO Meeting) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๕-๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยกัดจาห์ มาดา (Universitas Gadjah Mada: UGM) เมืองยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) ประเทศอินโดนีเซีย โดยกำหนดหัวข้อการประชุมเรื่อง “Enhancing Roles of AUN Libraries in Supporting Education 4.0: Opportunities and Challenges” และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Library Portal Content Enrichment through Open Educational Resources” ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกของ AUNILO (Libraries of ASEAN University Network) มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๐ แห่ง จาก ๑๐ ประเทศ และในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุม AUNILO Meeting ครั้งที่ ๑๕ และร่วมกันจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ฉบับที่ ๒ ของ AUNILO จำนวนทั้งสิ้น ๔๑ คน ประกอบด้วยคณะทำงานของสำนักงานเลขาธิการ AUN Secretariat และ AUNILO Secretariat ผู้แทนจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จำนวน ๓๑ คน จาก ๒๒ มหาวิทยาลัย ๗ ประเทศ (การประชุมในปีนี้ ประเทศเวียดนาม ลาว และเมียนมาร์ ไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม)  

ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Strategies of Education 4.0 for Millennial and Post Millennial Generation” บรรยายโดย Dr. Hatma Suryatmaja ผู้อำนวยการศูนย์ Center for Academic Innovation and Studies มหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา
             – Connection between Industrial Revolution 4.0 and Education 4.0
                (การเชื่อมโยงระหว่างการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุค 4.0 และการศึกษายุค 4.0)

                    ในยุคอุตสาหกรรม 1.0 เป็นยุคที่เน้นเครื่องจักรในการทำงาน ขณะที่ยุคการศึกษา 1.0 เป็นยุคที่เน้นการสำรวจด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและความรู้
                    ในยุคอุตสาหกรรม 2.0 เป็นยุคที่เน้นผลิตสินค้าจำนวนมาก เพื่อประหยัดต้นทุน ขณะที่ยุคการศึกษา 2.0 เป็นยุคที่เน้นการผลิตเทคโนโลยี
                    ในยุคอุตสาหกรรม 3.0 เป็นยุคที่เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ขณะที่ยุคการศึกษา 3.0 เป็นยุคที่เน้นการผลิตความรู้และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด
                    ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เป็นยุคที่เน้นการใช้ระบบอัจฉริยะ ขณะที่ยุคการศึกษา 4.0 เป็นยุคที่เน้นการสร้างนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพของ IoT, AI, Big Data เป็นต้น
                    การแปลงดิจิตอล การทำให้เป็นระบบดิจิตอลของโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมและสังคมนั้นกำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก การแปลงดิจิตอลกลายเป็นเสาหลักของนโยบายด้านอุตสาหกรรม

             – Understanding the Changes of Generation (ทำความเข้าใจกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป)
                    รุ่น Baby boomer คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489 – 2507 โดยมีอายุประมาณ 49 ปีขึ้นไป เป็นคนที่สู้งานมากที่สุด มีความจงรักภักดีต่อองค์กรด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีความอดทน ให้ความสำคัญกับงาน มุ่งมั่นทำจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ชอบพิสูจน์ความสามารถของตนเอง เนื่องจากเป็น Generation ที่จำนวนประชากรเยอะ ต้องแข่งขันกันทำงาน หางานทำ จึงจะเห็นได้ว่าคน Gen B ยอมทำงานหนักเพื่อได้เห็นตัวเองประสบความสำเร็จ วางรากฐานให้กับครอบครัวในอนาคต
                   รุ่น Generation X คือ กลุ่มคนที่มีอายุลดหลั่นลงมาอีกช่วงหนึ่ง เกิดประมาณปี พ.ศ.2508-2522 อายุ 34-48 ปี คนกลุ่มนี้เกิดมาในช่วงที่ไม่ลำบากเท่ารุ่น Baby boomer และยังเป็นช่วงของสันติภาพ สภาวะโลกสงบเรียบร้อย หลายๆ ประเทศเริ่มมีความมั่งคั่ง ดังนั้นการใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้จึงเริ่มมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างเล็กน้อย เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกม วอล์คแมน เป็นต้น ยุคนี้เริ่มมีทัศนคติในการทำงานเปลี่ยนไป โดยมองว่างานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต คน Gen X มีความทะเยอทะยานก็จริง แต่ก็รู้สึกว่าชีวิตควรอิสระ ดังนั้นการทำงานจึงทำไปตามหน้าที่ หากทำแล้วไม่ก้าวหน้าก็เปลี่ยนงาน ไม่ได้ภักดีต่อองค์กรเหมือนคนรุ่นก่อน แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของคนกลุ่มนี้คือ หันมาให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น
                    รุ่น Generation Y เป็นกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2523-2543 หรือมีอายุประมาณ 13-33 ปี ด้วยสภาพแวดล้อมที่เกิดมาท่ามกลางเทคโนโลยี ทำให้คนรุ่น Generation Y มีความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยีไว้ว่าจะใช้ทำงาน ติดต่อสื่อสาร แต่ในขณะเดียวกันการให้ความสำคัญกับสังคมรอบข้างก็น้อยลง โดยไปเพิ่มความสำคัญในโลกไซเบอร์แทน
                    รุ่น Generation Z เป็นกลุ่มคนที่เกิดช่วงปลาย ค.ศ. 1990 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นไป ซึ่งก็คือเด็กรุ่นใหม่ๆในปัจจุบันนั่นเอง รุ่นนี้เกิดมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต เครื่องเล่นเกม หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สามารถทำอะไรก็ตามได้อย่างรวดเร็ว

             – Digital Natives and Independent Learners (ผู้เรียนยุคดิจิตอลและมีการเรียนรู้ด้วยตนเอง)
               ผู้เรียนในยุคดิจิตอล จะใช้เวลาในการเล่นอินเทอร์เน็ตนานที่สุดประมาณ 8 ชั่วโมง และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางคอร์สออนไลน์ที่มีมากกว่า 80,000 คอร์สได้

             – Changes in the Education Paradigm (การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ด้านการศึกษา
                การศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 นั้น มีการออกแบบพัฒนาหลักสูตรใหม่ในการรู้หนังสือ รวมถึงทักษะและวิชาใหม่ๆ มีการส่งเสริมกิจกรรมนอกหลักสูตรเพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม มีการเรียนรู้แบบผสมผสานผ่านทางออนไลน์ โดยใช้ผ่าน SPADA-IDREN มีการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้มีหน่วยการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมความเป็นสากลและการเชื่อมต่อตลอดเวลา

             – UGM’s Strategy and Innovation in Education (ยุทธศาสตร์และนวัตกรรมด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา)
               มีระบบLMS ที่มีชื่อว่า eLisa (http://elias.ugm.ac.id) และ ระบบ MOOC ที่มีชื่อว่า eLOK (http://elok.ugm.ac.id) มีศูนย์ผลิตสื่อมัลติมีเดีย (Academic Production House) ตามคณะต่าง ๆ จำนวน 10 แห่ง และ co-learning space ที่หอสมุดมหาวิทยาลัย มีช่องรายการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เพื่อการเผยแพร่ความรู้ มีระบบการจัดการการเรียนรู้ เผยแพร่ความรู้ มีระบบนิเวศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม มีพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน และยังมีการส่งเสริมการเรียนรู้แบบผสมผสานอีกด้วย

การประชุมเชิงปฏิบัติการการวางแผนกลยุทธ์ของเครือข่ายห้องสมุด

                    กิจกรรม 2nd AUNILO Strategic Planning Meeting and Workshop นั้น มีผู้อำนวยการบริหารและทีมงานจากสำนักงานเลขาธิการ AUN Secretariat ทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้คำแนะนำเทคนิควิธีและกำกับแนวทางในการทำกิจกรรม เพื่อให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของ AUN และสามารถประสานกับ AUN Subnetworks อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ Subnetwork ที่ 17 ซึ่งเป็น Subnetwork ล่าสุดของ AUN คือ AUN-TEPL (Technology-enhanced Personalized Learning) ซึ่งมี Singapore Management University เป็นแกนนำ มหาวิทยาลัยมหิดล และ University of Malaya เป็นสถาบันนำร่อง
                   อนึ่ง ในปี 2020 AUN จะฉลองครบรอบ 25 ปีของการดำเนินงาน และ AUNILO ในฐานะที่เป็น subnetwork ของ ​AUN ที่มีความเก่าแก่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2004 จะต้องดำเนินกิจกรรมเฉลิมฉลองและทำงานร่วมกัน subnetwork อื่นด้วยเช่นกัน ในระยะเริ่มแรก AUN มีวัตถุประสงค์จะสร้าง ASEAN Virtual University จึงได้จัดทำ AUN Inter-library Online ขึ้น เป็นที่มาของคำว่า AUNILO ต่อมาในแผนยุทธศาสตร์ฉบับแรกของ AUNILO (2014-2017) ซึ่งได้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 22-23 กันยายน 2557 ที่สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประชุมมีมติให้ใช้ชื่อ AUNILO: Libraries of ASEAN University Network เป็นครั้งแรก และใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
                  กิจกรรม 2nd AUNILO Strategic Planning Meeting and Workshop ใช้เวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 6 และ 7 สิงหาคม 2562 โดยแบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรม 4 ขั้นตอน ดังนี้

                    ขั้นตอนที่ 1: Brainstorming ชมวิดีทัศน์แนะนำเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยฮ่องกง JULAC  (Joint University Librarians Advisory Committee) HKALL (Hong Kong Academic Library Link) HKILL (Hong Kong Inter-library Loan) เพื่อเป็นกรณีศึกษาถึงแนวทางที่จะนำมาใช้กับ AUNILO จากนั้นเป็นการระดมสมองทำ SWOT Analysis โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Apple, Orange, Banana แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันทำ SWOT หรือการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอกที่จะมีผลกระทบทำให้เกิด Opportunity และ Treat โดยให้คำนึงถึง Unit of Analysis ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย ระดับประเทศ ไปจนถึงระดับ AUNILO ในภาพรวม หลังจากนั้น แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอผลการวิเคราะห์ SWOT ต่อที่ประชุม
                  ขั้นตอนที่ 2 : Formulating Future Trend ทีมงานของ AUN Secretariat ทำการรวมรวบประเด็นต่าง ๆ ที่ได้จากการทำ SWOT ทั้งสามกลุ่ม ให้กลายเป็น SWOT เดียวกัน จำแนกปัจจัยต่าง ๆ ตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และเทคโนโลยี ที่อาจมีผลกระทบต่อกิจการของ AUNILO ในอีก 5 ปีข้างหน้า
                  ขั้นตอนที่ 3 : Building Scenario แบ่งผู้เข้าร่วมประชุมออกเป็น 3 กลุ่ม (ซุปเปอร์ฮีโร่ Spider Man, Captain America, Thor & Ironman) รวบรวมและจำแนกปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลทั้งทางบวกและทางลบมากที่สุด สร้างเป็นภาพหรือเรื่องราว (Scenario) ออกมา 3-4 เรื่อง ที่ประกอบด้วยปัจจัยบวกล้วน ปัจจัยลบล้วน และปัจจัยผสมผสานทั้งบวกและลบ และให้ตัวแทนกลุ่มออกมาเล่า(Story Telling) หรือฉายภาพเรื่องราวเหล่านั้นที่อาจจะเกิดขึ้นจริงในอีก 5 ปีข้างหน้า
                  ขั้นตอนที่ 4: Formulating Strategy ในขั้นตอนสุดท้าย แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมออกเป็น 3 กลุ่ม (รามายณะ Rama, Ravana, Hanuman) ในการระดมสมองร่างยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์ของ AUNILO ในระยะ 5 ปี (2020-2024) โดยนำจุดอ่อน จุดแข็ง ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบ (SWOT) และภาพในอนาคต (Scinario) ทั้งในแง่บวกและลบมาพิจารณา ทั้งนี้  โดยมีตัวอย่างแผนกลยุทธ์ JULAC Strategic Plan 2017-2020 และ American Library Association (ALA) Strategic Plan 2015-2017 ให้เป็นแนวทาง ผลการนำเสนอของทั้งสามกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะในประเด็นของ 1) Professional Development / Capability Building / Empowered AUNILO Librarians 2) Open Science Initiatives / Open Data / Digital Scholarship / OER 3) Gen Z & Learner Behavior ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการ AUNILO Secretariat จะได้นำแนวคิดดังกล่าวไปดำเนินการร่างเป็นแผนยุทธศาสตร์ (2020-2024)


เรื่องและภาพโดย นางสาวนิสาชล กาญจนพิชิต  และนางสาวอังศุรัตน์ ระยา